Home ข่าวอุตสาหกรรม คปป. มีมติไม่ต่ออายุการใช้มาตรการปกป้องสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน

คปป. มีมติไม่ต่ออายุการใช้มาตรการปกป้องสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน

105
0

คปป. มีมติไม่ต่ออายุการใช้มาตรการปกป้องสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน หลังพิจารณาแล้วไม่พบความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (คปป.) ได้ประชุมเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2562 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมในหลายวาระ ได้แก่ การเพิ่มรายชื่อบริษัทที่นำเข้าสินค้าเหล็กเกรดพิเศษ เหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการพิจารณาคำร้องขอของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมเหล็กที่ได้ยื่นคำร้องขอและให้เปิดการทบทวนเพื่อขยายเวลาในการใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ได้ใช้มาตรการครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.2556-26 ก.พ.2559 และได้ต่ออายุครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.2559 และจะครบอายุการใช้มาตรการวันที่ 26 ก.พ.2562 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องดังกล่าวออกไปอีก เพราะมีผลการไต่สวนออกมาชัดเจนว่าปริมาณการนำเข้าของสินค้าที่ถูกไต่สวนมีแนวโน้มลดลง ส่วนแบ่งตลาดสินค้านำเข้าลดลง ขณะที่อุตสาหกรรมภายในประเทศ มียอดขายและการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในปี 2560 และปี 2561 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ส่วนผลกระทบจากสินค้านำเข้า พบว่า มีผลการขาดทุนลดลง และในด้านการจ้างงาน มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น

“จากเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงทั้งจากภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ และข้อเท็จจริงที่ได้ตรวจสอบมา จึงมีมติไม่ให้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องฯ อีก เพราะไม่พบความเสียหายอย่างร้ายแรงที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในประเทศ อันเนื่องมาจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น”นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์กล่าวว่า ขั้นตอนการพิจารณาใช้มาตรการปกป้องฯ หากประเทศใดประเทศหนึ่งมีการใช้มาตรการ และมีการต่ออายุมาตรการออกไปอีก ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการ สามารถที่จะยื่นขอเจรจาเพื่อให้ชดเชย ซึ่งกรณีของไทย หากมีการต่ออายุการใช้มาตรการ ประเทศคู่ค้าที่เห็นว่าได้รับผลกระทบก็จะยื่นขอเจรจาเพื่อให้ไทยชดเชยได้ เช่น การเพิ่มโควตานำเข้า หรืออื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม แต่หากไทยไม่ชดเชย ก็อาจจะมีผลกระทบถึงขั้นที่คู่ค้าจะพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าได้ และมาตรการตอบโต้นี้ อาจจะไม่ใช่กับอุตสาหกรรมเหล็ก แต่อาจจะดำเนินการกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การปรับขึ้นภาษีกับสินค้าส่งออกอื่นๆ ของไทย เป็นต้น ทำให้อุตสาหกรรมที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบอย่างไม่เป็นธรรม และไม่สามารถเยียวยาได้

สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมการค้าต่างประเทศจะส่งรายละเอียดข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่เป็นสาระสำคัญในการพิจารณาไม่ต่ออายุการใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่นๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็นภายในวันที่ 29 ม.ค.2562 ต่อไป


สินเชื่อบุคคล กสิกรไทย